หนัง Deliver Us from Evil ให้มันจบที่นรก

หนัง Deliver Us from Evil ให้มันจบที่นรก

เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องของนักฆ่ามือดี อินนัม ที่พบว่าคนรักของเขาเสียชีวิต และลูกสาวได้หายตัวไปในประเทศไทย เขาจึงเดินทางมาเพื่อตามหาความจริง ในขณะที่ เรย์ ซึ่งน้องชายร่วมสาบานของเขาถูกอินนัมฆ่าตาย ก็เดินทางมาไทยเพื่อหวังจะล้างแค้นเช่นกัน และการไล่ล่าตามหาและเอาคืนของทั้งคู่นั้นก็ดันไปสร้างปัญหาให้กับคนในท้องถิ่น ทั้งตำรวจและเจ้าพ่อ เรื่องราวแอ็คชั่นเฉือนคมจึงเกิดขึ้นตามมามากมาย

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้คือหากบอกในฐานะคนที่ชอบหนังมืดหม่นอาชญากรรมระทึกขวัญก็ต้องบอกว่าใกล้เคียงกับคำว่ายอดเยี่ยมเลยครับ นี่เป็นหนังที่สมจริงและจริงจังแบบนานๆ ทีจะได้พบเห็น เพราะหนังแนวนี้ไม่ค่อยทำเงินแล้วในปัจจุบัน (ยกเว้นในเกาหลีเองที่ทำเงินถล่มทลาย) ตัวหนังเองมีความดราม่ามืดหม่น นำเสนอเรื่องของการแก้แค้น การพยายามแก้ไขสิ่งผิด และนำเสนอมุมมองความเป็นมนุษย์ได้อย่างมีมิติ ไม่ได้พยายามนำเสนอโลกในอุดมคติเรื่องความดีความเลวมากมาย ชีวิตมันดูหม่นๆ เทาๆ ไปหมด และเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วไม่ว่าจะเป็นความตายหรือเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดกับชีวิตได้ตลอด มันจึงทำให้เรื่องนี้ในขณะเดียวกันสามารถชมได้อย่างสนุกด้วย แต่นั่นแหละครับ…ที่บอกว่าหนังใกล้เคียงกับคำว่ายอดเยี่ยมเพราะตัวหนังเองก็มีจุดอ่อนอยู่ นั่นก็คือฉากแอ็คชั่นบางฉากนั้นมันเวอร์เกินไป เหมือนหนังจงใจให้คนไหนรอดก็รอดเกินเหตุไปหน่อย

งานด้านเนื้อเรื่องอีกอย่างที่ชอบก็คือบทพูดครับ บทพูดเรื่องนี้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมาก เวลานักแสดงคุยกัน หยอกกัน หรือส่งมุขให้กันนั้นมันดูจริง เหมือนคนคุยกันจริงๆ และทำให้เราดูได้โดยไม่ติดขัดอะไรเลย

ส่วนเรื่องความโหดนั้นก็มีพอประมาณ เลือดน่ะคุณเห็นแน่ ฉากทรมานเองก็มี แต่ฉากเจื๋อน ฉากตัดอวัยวะ หรือชำแหละใดๆ นั้นคุณจะได้ยินแค่เสียง ตัวหนักไม่ได้จัดความโหดเต็มๆ เป็นหนังสนัฟฟ์ฟิล์มขนาดไหน สำหรับใครที่กลัวว่าจะโหดเกินรับไหวก็วางใจได้ครับ ถ้าคุณเห็นเลือดได้ก็มาชมเรื่องนี้ได้ ไม่มีปัญหา

นักแสดงเป็นอีกส่วนที่ช่วยยกระดับความสมจริงให้เนื้อเรื่องเป็นอย่างมาก ไล่มาตั้งแต่ตัวประกอบคนไทยหลายคนที่ทำตัวติดดินและเถื่อนได้จริงมาก เพราะจริงๆ แล้วหลายคนก็เป็นนักแสดงที่เราค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตากันในไทยเราอยู่ ตามมาด้วยบรรดาตัวประกอบสัญชาติอื่นก็ไม่ธรรมดา ปิดจบด้วยนักแสดงนำสองคนที่ต้องบอกว่าเป็นไฮไลท์จริงๆ เพราะทั้งคู่แบกเรื่องไว้ได้อย่างอยู่หมัดมาก ชื่นชมทั้ง ฮวาง จองมิน และ อี จุงแจ การแสดงของทั้งคู่ทำให้อารมณ์เรื่องในแต่ละฉากมาเต็ม แต่หากต้องให้คะแนนใครเป็นพิเศษก็คงต้องยกให้ อี จุงแจ ในบทไอ้โหดจอมชำแหละเลยครับ นี่เป็นตัวละครที่มีลูกบ้ามากมายและเดาทางยาก ซึ่งก็ต้องชมบทด้วยว่าเขียนมาดี ทุกครั้งที่ตัวละครนี้โผล่มานี่ชวนลุ้นสุดๆ ว่าจะมาไม้ไหน จะเล่นอะไร ได้ดูการแสดงของเฮียคนเดียวก็เพลินมากแล้วจริงๆ

ส่วนใครต้องการชมเรื่องนี้เพราะเห็นว่ามาถ่ายทำที่ประเทศไทย จะได้ชื่นชมความสวยงามของบ้านเรา ก็ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าตามสภาพของเนื้อเรื่องแล้ว หนังเรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอมุมมองดีๆ ของประเทศไทยเท่าไหร่นะครับ เรียกว่าไม่มีเลยดีกว่า หนังเรื่องนี้มาทั้งสถานบันเทิงยามค่ำคืน โรงงานของพวกค้ายา สถานที่ลักพาตัวเด็ก มุมมืดใดๆ ที่หาได้เรียกว่าแทบจะโชว์ให้เห็นในเรื่องนี้หมดจ๊ะ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังแอ็คชั่นที่ทุ่มทุนสร้างและยอดเยี่ยมครับ และเมื่อได้ยินว่าตัวหนังใช้ทีมงานในไทยร่วมสร้างด้วยก็ยิ่งน่าชื่นชมเข้าไปอีก มันดีมาก ตัวหนังจัดเต็มทั้งเรื่องฉากต่อยตีพังข้าวของ ฉากยิงกันเละเทะรถพัง ลามไปจนถึงฉากระเบิดกลางเมืองฝุ่นตลบปลิวว่อน (ถึงแม้จะเป็นระเบิดซีจีก็ตามที) ขณะเดียวกันก็ต้องชื่นชมทีมสร้างฉากต่างๆ ที่สามารถคุมพื้นที่ต่างๆ ในไทยให้ดูเป็นธรรมชาติได้

อีกส่วนหนึ่งที่ชอบคงเป็นการถ่ายภาพ (ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าใช้ผู้กำกับภาพคนเดียวกันกับเรื่อง Parasite ด้วย) ผมชอบความกล้าของตัวหนังที่จะถ่ายภาพโดยปล่อยเงามืดไว้อย่างนั้น จัดแสงแค่เพียงไม่กี่มุม คือฉากไหนควรจะมืดก็มืดไปเลย ทำให้ตัวหนังนั้นได้อารมณ์ที่มืดหม่นและสมจริงตามเนื้อเรื่องควรจะเป็น ช่วยเสริมอารมณ์ดาร์คให้ฉากต่างๆ ได้เป็นทวีคูณ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Deliver Us from Evil ให้มันจบที่นรก จึงเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นอาชญากรรมและดราม่าที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ภาพยนตร์มีความจริงจังและเข้มข้นด้านเนื้อเรื่อง นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความแค้นและความเป็นมนุษย์ได้อย่างมีมิติ ฉากแอ็คชั่นทุกฉากดูลื่นไหล สนุก และไม่ได้มีรัวๆ จนเลอะเทอะเลยเถิด แต่ก็อาจมีบางฉากเวอร์ไปนิด นักแสดงแต่ละท่านแสดงเก่งมาก โดยเฉพาะกับนักแสดงนำสองท่าน และเด่นสุดคือ อี จุงแจ ตัวประกอบไทยก็เก่ง งานโปรดัคชั่นนั้นยิ่งยอดเยี่ยม ชื่นชมการที่ทีมงานไทยมีส่วนร่วมกับงานสร้างแล้วได้ขนาดนี้ มีความทุ่มทุน บ้าพลังกับฉากแอ็คชั่น ทั้งต่อยตีฉากพัง ปืนยิงรัว ระเบิดภูเขาเผากระท่อม ขณะเดียวกันนำเสนอฉากในประเทศไทยได้เป็นธรรมชาติดี แม้จะเสนอแค่มุมมืดก็ตามที…ใครเป็นคอหนังอาชญากรรมมืดหม่นจริงจัง ชอบหนังแนวแอ็คชั่นแก้แค้น บู๊ล้างผลาญกันกลางเมือง นักแสดงเล่นจัดเต็ม เชิญชมในโรงภาพยนตร์เลยจ้า!